How to ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านยังไงให้สนุกมากยิ่งกว่าเดิม

หนังใหม่ 2020 การ ดูหนังผ่านเน็ต เป็นความเพลิดเพลินอีกต้นแบบหนึ่งในช่วงปัจจุบันนี้ ที่นิยมกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ การดูหนังในต้นแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกให้กับตัวผู้ชม ทั้งยังยังสร้างความสะดวกสบายทุกคนอีกด้วย เพียงแต่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่แค่เครื่องเดียวก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้จำต้องบอกว่าการดูหนังนั้นปรับปรุงไปไกลมากสามารถดูได้ทุกแห่งไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่กดหาหนังที่ต้องการจะดูก็สามารถสนุกสนานกับการดูหนังเรื่องโปรดได้เลย วันนี้พวกเราเลยจะมาแชร์ How to ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่บ้านยังไงให้บันเทิงใจมากขึ้น แบบอย่างง่ายๆที่ใครๆก็กระทำตามได้ง่ายๆ ทดลองปฏิบัติตามนี้ได้เลยนะ แล้วการอยู่บ้านของพวกเราจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

1. ขนมอร่อยๆมากินตอนดูหนังเรื่องโปรด แน่ๆว่าเมื่อมีอะไรมองก็ต้องมีอะไรถึงปากตกถึงท้องแบบเดียวกัน เพื่อได้บันเทิงใจมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งปากก็จะได้ไม่เหงาหงอยอีกด้วย
2. สร้างบรรยากาศการดูหนังออนไลน์ที่บ้านแบบโรงภาพยนต์ด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆและทำห้องให้มืดทึบๆเพียงเท่านี้ก็ฟินละนะ
3. มองกันผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยแนะนำว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมสำหรับในการมองภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง ยืนยันว่าจะได้ดูหนังแบบสนุก
4. ดูคนเดียวน่าจะสนุกสนานกว่าแม้กระนั้นถ้าเกิดมองหลายท่านก็จะมีอารมณ์ด้วยกันมากขึ้น แต่ว่าหากว่าต้องการเรื่องที่จะต้องมีสมาธิชี้แนะให้มองคนเดียวแต่หากเน้นย้ำอาหารก็มองหลายๆคนจะดีมากกว่า
5. เปิดเสียงหนังให้ดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อความเพลิดเพลินที่กำลังจะได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น แต่เสนอแนะว่าอย่าดังมากมายนะเนื่องจากเพื่อนฝูงข้างบ้านจะปาขวดมาใส่หลังคาบ้านเอาได้

ถ้าจะให้เอ่ยถึงการดูหนังในสมัยปัจจุบันง่ายขึ้นทำให้คนไปดูในโรงน้อยลงนั้น จริงๆสำหรับเพื่อการรับชมที่บ้านกับดูในโรงหนังนั้นมันไม่เหมือนกันเป็นอย่างมาก ข้อดีสำหรับเพื่อการดูหนังในแบบออนไลน์มันก็คือสามารถดูได้ฟรี ไม่ต้องเริ่มเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ตรงไหนก็สามารถมองได้โดยทันที กล่าวว่าความรู้สึกสำหรับการมองนั้นมันจะไม่พอๆกับในโรงแน่นอนไม่ว่าจะคือเรื่องของเสียงภาพ หนังออนไลน์ หรือไม่ว่าจะเป็นหนังในละครโทรทัศน์คนก็มองลดลงเพราะเหตุว่าอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลามอง ก็เลยทำให้ไปดูย้อนไปในต้นแบบออนไลน์เอา
แม้ว่าหนังในต้นแบบออนไลน์จะมีคนนิยมกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่โน่นก็เพียงพอด้วยการที่เวลาในการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย อีกทั้งการดูในรูปแบบออนไลน์มันสบายมากยิ่งกว่า แม้กระนั้นก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปมองในโรงหนังเลย ดูหนังออนไลน์ฟรี เพราะเหตุว่าในแบบที่มองในบ้านกับโรงหนังนั้นมันมีบรรยากาศที่แตกต่างกันซึ่งดีทั้ง 2 แบบ แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราถูกใจอรรถรสการรับดูแบบไหนมากกว่าต่างหาก

วิธีการดูหนังกับวิธีการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

หนังใหม่ 2020 เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังผ่านเน็ต มองซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านธรรมดาๆก็ฝึกหัดความชำนาญการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญคือ ต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากที่จะมอบความเพลิดเพลิน ผ่อนคลายแล้ว เรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ดูหนังฟรีออนไลน์ใหม่ 2020 ความนึกคิด รายละเอียดต่างๆให้พวกเราได้อีกด้วย ทดลองสังเกตุดูว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางองค์ประกอบ ฉาก แสง สีเจริญรวมทั้งสวยมาก คนทำหนังทำยังไง จัดมุมกล้องถ่ายภาพอย่างไร หนังแต่ละเรื่องมีแนวคิดอย่างไรสำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นเรื่องราว ให้น่าดู น่าติดตาม มาลองดูเนื้อหาเหล่านี้กัน ตามมาเลย

1. พิจารณาโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่ไม่เหมือนกันออกไป ให้อารมณ์คนละแบบ วิธีที่ง่ายสุด เป็นเลือกจำโทนที่ชอบไว้เป็นตัวอย่างแล้วทดลองแกะออกมาใช้ในแบบที่เราชอบมอง

2. ดูอารมณ์
ลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆเราลองจดจำความรู้สึก รายละเอียดของ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ เพื่อใช้สำหรับเพื่อการเก็บบันทึกงานวิดีโอของพวกเรา เพราะเหตุว่าการถ่ายงานลักษณะนี้มักจะจำต้องเข้าใจถึงอารมณ์สำหรับในการพรีเซ็นท์ด้วย

3. ดูการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมสำหรับเพื่อการถ่ายหนังมีนานัปการแบบมากมาย มากมายกระทั่งที่พวกเราลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องถ่ายรูปของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง เราเพียงแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายภาพอย่างไร แล้วทดลองเอามาใช้มอง

4. พินิจการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าสนใจ แล้วก็สม่ำเสมอเป็นเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจำเป็นต้องให้รายละเอียดการเล่าเรื่องสโมสรกับเนื้อหาวิดีโอในการพรีเซ็นท์ ซึ่งพวกเราสามารถเรียนรู้จากการดูหนังได้อีกทางนึง

5. ดูหนังhd สังเกตเนื้อหาในฉาก
การใส่ใจรายละเอียด ความเหมาะของเนื้อหาในวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น ต้องให้เป็นเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน สัมพันธ์กัน ลองดูรายละเอียดที่ได้รับมาจากหนังภาพยนตร์แล้วก็ใช้เป็นต้นแบบสำหรับการวางรายละเอียดสำหรับการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์เราก็ได้

6. สังเกตมุมกล้องถ่ายรูปจากหนัง
มุมกล้องสำหรับเพื่อการเล่าเรื่องก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ถ้าเกิดพวกเราถูกใจมมุมไหนเป็นพิเศษก็ทดลองถือมาใช้มองโดยจำจากการดูหนังในฉากง่ายๆเราบางทีอาจจะลองฝึกบันทึกวีดีโอตามมุมที่จำมากจากหนัง รวมทั้งหมั่นฝึกซ้อมไปเรื่อยจะทำให้พวกเราชำนิชำนาญเยอะขึ้นเรื่อยๆ

7. ดูการจัดแสงสว่าง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่เรารู้อยู่แล้วหากถ่ายด้วยแสงธรรมชาติน้อยเกินไปแน่นอน พวกเราลองศึกษาเล่าเรียนมองว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงที่ใช้สำหรับในการถ่ายทำเป็นแบบอย่างไหน แล้วเอามาปรับใช้กับการถ่ายของเรา

8. พินิจแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดเป็นทดลองสังเกตแนวคิดของผู้ที่ทำหนังมอง เราจะได้อีกทั้งการตระเตรียม มุมมอง การเลือกใช้สี สารพัดอย่าง เพียงแต่พวกเราดูจากการดูหนังมากขึ้น

การดูหนังมอบมุมมอง รวมทั้งมอบไอเดียความนึกคิดให้เราได้ แต่เพียงแค่จำต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น แนวทางการทำหนังสักเรื่องกับการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงการทำงานจะไม่ค่อยแบบเดียวกันนัก แม้กระนั้นก็มีที่หมายเช่นกัน เป็นส่งมอบสารนั้นไปยังผู้ชม พวกเราสามารถเสนอทริคดีๆจากหนัง มาปรับใช้ให้กับงานของเราได้เพื่อเป็นแถวทางในการสร้างวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพมอบไปยังผู้ชมของเรา

ดูหนังอะไร ตอนไหนดีเยี่ยมที่สุด? จัดแจงนาฬิกาชีวิตของคุณให้มีคุณประโยชน์

หนังออนไลน์ เคยสงสัยมั้ยว่า จะเปิด ดูหนังผ่านเน็ต สักเรื่อง หรืออ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ในระยะเวลา เช้าตรู่ สาย บ่าย เที่ยงตรง จะให้ดีควรทำเวลาไหน หนังแนวนี้เหมาะกับระยะเวลาไหน จำเป็นต้องเลือกทำเวลาใดให้เหมาะกับสภาพร่างกายรวมทั้งสมอง ส่วนมากแล้วพวกเราชอบเจอแม้กระนั้นคำเสนอแนะว่า ควรทำอะไร หรือควรทำเช่นไร แต่ไม่ค่อยมีคนพึงพอใจเรื่องเวลาว่าพวกเราควรจะทำตอนไหน ฟังดูบางครั้งก็อาจจะซับซ้อนไปสักนิดสักหน่อยใช่มั้ยล่ะท่านผู้ชม แต่ยังไงก็ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจใจใป ดูหนังออนไลน์ เรามีทริคดีๆเกี่ยวกับ การจัดการนาฬิกาชีวิตให้มีประโยชน์ มาชี้แนะทุกคน ลองทำตามนี้ดู ช่วงไหนควรจะทำอะไรเลือกดูหนังแนวใด แล้วจะคิดว่าจิตใจมันแฮปปี้ดีเลิศจริงๆ

ผลการวิจัยที่จะทำให้ท่านใช้นาฬิกาชีวิตให้มีคุณประโยชน์
งานศึกษาเรียนรู้วิจัยชิ้นใหม่พบว่า ‘เวลาสมควรที่จะทำทุกสิ่งขึ้นกับชีวภาพแล้วก็ฮอร์โมนของเรา’ วิทยาศาสตร์เรียกเวลาที่สมควรนี้ว่า chronobiology หรือ นาฬิกาชีวิต โดย ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลและก็นายแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนอนจาก American Academy of Sleep Medicine แต่งหนังสือ The Power of When โดยเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เกิดความสำเร็จสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ

เคยสงสัยไหมว่าพวกเราควรจะเลือกทำอะไรตอนไหนถึงจะส่งผลดี
โดยมากแล้วเราชอบพบแม้กระนั้นข้อแนะนำว่า ควรทำอะไร หรือควรทำยังไง แต่กลับไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องเวลาว่าพวกเราควรจะทำตอนไหน ซึ่งความจริงแล้ววิทยาศาสตร์มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ เนื้อหาบางส่วนในหนังสือ The Power of When โดยกล่าวว่า ในตอนที่เหมาะสมที่จะทำทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพรวมทั้งฮอร์โมนของพวกเรา โดยด้านวิทยาศาสตร์เรียกเวลาสมควรนี้ว่า chronobiologyหรือ นาฬิกาชีวิต
ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาคลินิกและหมอผู้ที่มีความชำนาญด้านการนอนจาก American Academy of Sleep Medicine ผู้เขียนหนังสือเล่มดังที่กล่าวมาแล้วเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จในการดำเนินงานต่างๆเขาพูดว่า นาฬิกานี้ถูกฝังอยู่ในสมองของคุณตั้งแต่คุณยังเป็นเด็กแรกเกิด ไม่แน่ว่าถ้าคุณลองยึดต้นแบบนาฬิกาชีวิตเหมือนตัวอย่างข้างล่างนี้ ก็อาจช่วยให้การดำนงชีพของตัวคุณเองราบรื่นได้ไม่น้อย

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อการทำความเข้าใจของใหม่ๆ
ดร.ไมเคิล บรูส บอกว่าระยะเวลาของการเล่าเรียนของใหม่ๆของคนเราจะมีคุณภาพสูงที่สุดเมื่ออยู่ในระยะเวลา 10.00-14.00 น. รวมทั้ง 16.00-22.00 น. เพราะว่าสมองจะอยู่ในช่วงที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆเยอะที่สุด
หนังที่เหมาะสมแก่การดูเวลานี้เป็น ดูหนังออนไลน์ฟรี Sci-Fi Movies (หนังวิทยาศาสตร์) Documentaries (หนังสารคดี) Adventure (หนังแนวเสี่ยงอันตราย)
ช่วงเวลาที่ช่วงเวลาที่ไม่ควรจะทำความเข้าใจ หรือขวนขวายอะไรให้เข้ามาในสมองคือช่วง 04.00-07.00 น. ด้วยเหตุว่าตรงเวลาที่สมองพัก หนังที่ไม่เหมาะแก่การดูเดี๋ยวนี้ War (หนังสงคราม) แล้วก็ Thriller Movies (หนังแนวตื่นเต้น)

ในขณะที่เยี่ยมที่สุดในการระดมความคิด
ส่วนมากแล้วมนุษย์เราชอบมีความคิดประดิษฐ์น้อยมากเวลาที่เราอยากได้สูงที่สุด นั่นก็คือระยะเวลา 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำงานตามเดิมของคนสามัญ แต่ดร.บรูส กลับได้มาพบว่าตอนที่ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์จะทำงานเจริญที่สุดกลายเป็นช่วงเวลาที่เราเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า และก็สมองเริ่มฟุ้งซ่าน เพราะสมองทางซ้ายรวมทั้งทางด้านขวาจะเชื่อมต่อกันและก็กระตุ้นความคิดใหม่ๆนั่นอาจหมายถึงเวลาบ่ายๆและก็ในขณะนี้ยังเหมาะสมแก่การดูหนัง Fantasy (หนังแนวผสมจินตนาการ) แล้วก็ Musicals Movies (หนังเกี่ยวกับเพลง) ให้สมองด้านซ้ายได้โลดแล่นเพิ่มเติมจิตนาการสุดกำลัง

ในขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
บ่ายวันศุกร์คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเนื่องจากว่าวันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของอาทิตย์ซึ่งมักจะเป็นวันที่ดำเนินงานได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แต่คนส่วนมากกลับจิตใจเบิกบาน ด้วยเหตุว่าวันพรุ่งจะได้พักผ่อนผ่อน จึงเป็นช่วงในเวลาที่เหมาะสมสำหรับในการจะขออะไรทำอะไร บางสิ่งบางอย่างเพิ่มหรือบางครั้งก็อาจจะขายสินค้าก็ย่อมได้ ส่วนวันที่ควรเลี่ยงเยอะที่สุดคือตอนเช้าวันจันทร์ เพราะว่าคนจำนวนมากจะอยู่ในอารมณ์เครียดแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับในการ ดื่มกาแฟ แต่งนวนิยาย หรือแม้กระทั่งตอนที่คุณจะต้องมีเซ็กซ์ และก็ช่วงนี้ยังเหมาะสมมึงการดูหนัง Comedy (หนังตลก) ,Family (หนังครอบครัว) ,Animation (หนังการ์ตูน) ,Romance (หนังโรแมนติก) แล้วก็ Erotic (หนังผู้ใหญ่)

การศึกษาและทำการค้นพบฟังก์ชันต่างๆของนาฬิกาชีวิตบางทีอาจไม่ได้การันแปลความหมายสำเร็จเสมอไป แต่มันสำคัญอย่างมากถ้าคุณต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือเรียนหนังสือ การดูหนัง การพักผ่อนหย่อนใจให้เห็นผลออกมาดีเยี่ยมที่สุดบนพื้นฐานของร่างกายที่สอดคล้องกัน อย่าลืมนำทริคดีๆอย่างนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ

เสนอแนะหนังดีมีสาระสุดได้รับความนิยมแนวคุณหมอ ครบรสทั้งวิชาความรู้ ความฟิน

ดูหนัง netflix อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ซีปรี่ย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวเนื่องกับวงการแพทย์ กันเถอะเรา ต่อเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มมองเห็นจุดสำคัญของความสะอาด แล้วก็การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหนังหรือซีรี่ย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกเหนือจากการที่จะช่วยให้เราเข้าใจแนวทางการทำงานของหมอ การวิเคราะห์โรค การดูแลคนไข้ แล้วยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ลักษณะของโรค อาการโรค ผ่านการแสดงที่เสนอมาจากข้อเท็จจริงผ่านผู้แสดง แถมเรายังจะได้ทราบจะโรคต่างๆที่พวกเราอาจไม่รู้จักมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆมีสาระอย่างนี้ต้องหาดูแล้วจะมีเรื่องมีราวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ

1. ER (Emergency Room) ศึกษาคำว่า รีบด่วน
เจ้าตำรับซีรี่ย์ที่เกี่ยวกับวงการแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงมากไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราวได้สะท้อนการเป็นแพทย์ในห้องฉุกเฉินที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในวันแล้ววันเล่าจะมีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน มาเป็นบททดสอบให้กับแพทย์ และซีรีย์หัวข้อนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้เรามองเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้ว

2. Grow Up หรือ แพทย์ฝึกซ้อมประลองสนาม
เรียนรู้ก่อนที่จะเป็นหมอ รวมทั้งเติบโตไปด้วยกัน ซีปรี่ย์ ดูหนังใหม่ Grow Up ผู้สร้างจากจีน ได้แปลกกระบวนการทำซีปรี่ย์ไปออกจะมากมาย หลายๆคนที่ดูหนังจีนมาก่อน บางครั้งอาจจะจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่กับประเด็นนี้อย่างยิ่งจริงๆ เนื้อเรื่อง เอ๋ยถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ฝันอยากจะเป็นแพทย์ที่ดี แต่พอเพียงเข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับได้มาพบว่าการเป็นแพทย์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การรักษาคนแค่นั้น สิ่งที่เธอจำเป็นต้องพบเจอนั้นเป็น กฎ กฎหมาย และการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น และที่สำคัญคือ การจำต้องมองเห็นผู้ที่ตนเองรักษาตายต่อหน้าต่อตา นั่นเป็นบททดลองแรกแค่นั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ แม้ตัวเองจะเป็นหมอ แต่ก็ไม่อาจรักษาช่วยเหลือบุตรสาวผู้เดียวไว้ได้

3. Doctor X (แพทย์ซ่าส์จำพวกเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน ไม่จิโกะ เป็นหมอมือหนึ่งของญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม รวมทั้งวัฒนธรรมในโรงพยาบาล เป็นผู้ต้านทานประเด็นการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนพอใจแม้กระนั้นการดูแลรักษาโรคของคนป่วยเท่านั้น แต่ละเคสที่แพทย์ไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนข้างยาก แม้กระนั้นไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีรี่ย์ประเด็นนี้ แม้ว่าจะดูเกินจริงไปนิด แม้กระนั้นเก็บข้อความสำคัญหัวข้อการรักษาโรคได้ดี ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรได้น่าดึงดูดทีเดียว

4. Good Doctor (แพทย์ฟ้าประทาน)
มั่นใจว่า ซีปรี่ย์หัวข้อนี้เป็นอันดับแรกในใจใครๆหลายๆคน เรื่องราวกล่าวถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดธรรมดาทางพัฒนาการ แต่ว่าเขาเป็นคนเฉลี่ยวฉลาด แล้วก็มีความรู้และความเข้าใจมากพอที่จะเป็นหมอได้ แต่เขาก็สามารถทำความเข้าใจและก็ใช้ชีวิตได้อย่างคนธรรมดา ซึ่งถ้าหากคนไหนกันมองหัวข้อนี้แล้วจะเข้าหัวใจผู้ที่เป็นออทิสติกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงหลักการทำงานของแพทย์ ที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเพื่อเป็นหมอที่แข็งแกร่งในอนาคต

5. Beautiful Mind (เพศชายหลายมิติ)
ถ้าหากแพทย์ไม่สามารถที่จะรู้เรื่องความรู้สึกของผู้เจ็บป่วย แล้วจะรักษาคนเจ็บได้อย่างไร ซีรี่ย์เรื่องนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่ง ที่จำเป็นต้องฝึกอ่านสีหน้าท่าทางและอิริยาบถของคน ในขณะที่ตัวเองรักษาคนป่วย แพทย์เองก็ต้องบรรเทาและรักษาโรคของตัวเองที่เป็นอยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านี้ซีรี่ย์หัวข้อนี้ ยังเล่าถึงกระบวนการทำธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งมิได้จำกัดเพียงแค่การให้บริการด้านการแพทย์เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังรวมถึงคิดค้นงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยการรักษาโรค เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจใจคุณให้พบรัก)
ซีรีย์หัวข้อนี้ เล่าถึงเด็กสาวไม่เอาไหนคนหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันตนเองจนสามารถเป็นแพทย์ได้ ถึงแม้ว่าหัวข้อนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แม้กระนั้นก็มีแง่มุมเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้พวกเราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีปรี่ย์ที่เล่าเรื่องราวรูปแบบการทำงานของหมอ ที่ทำให้เห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ รวมทั้งลักษณะการทำงานของหมอ ที่เคยอยู่ในจุดสุดยอดของชีวิต แตะไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต และก็เอ๋ยถึงทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีรี่ย์น้ำดีจากฝั่งเกาหลี ชี้แนะเลยจ้า หัวข้อนี้สนุกสนานมากมาย

8. it’s okay that’s love (หากรักกัน…มันก็โอเค)
เชื่อว่า ใครหลายคนที่ดูซีปรี่ย์ประเด็นนี้ต่างสำรวจตนเองว่า เราป่วยทางจิต ไหม รวมทั้งหากเจ็บป่วย พวกเราจะรักษาตัวเองเช่นไร ประเด็นการป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตนั้น ส่วนมากชาวไทยมักไม่ค่อยทราบ และมองว่า หนัง hd การเจอจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเจอจิตแพทย์ นั้นถือเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียด อาการกลัดกลุ้ม บางทีการป่วยทางด้านจิตไม่ได้มาจากภาวะจิตใจ แต่มาจากลักษณะการทำงานของสมองที่ผิดพลาด ตกลงว่า การพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่าสยดสยอง คนใดกันแน่อยากประเมินตัวเองก็ทดลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพทางจิต 1323 ดูก่อนเพื่อถามไถ่อาการเบื้องต้นได้ มองเห็นไหม ว่าการดูหนังนอกจากจะสนุกแล้วยังได้การทราบทางการแพทย์มาดูแลตนเองแล้วก็คนที่พวกเรารักได้อีกด้วยนะ

8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่สามารถจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้คุณ!

หนัง hd ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักบริเวณในเดี๋ยวนี้ก็สามารถพัฒนาตัวเองได้นะ หลายท่านบางครั้งก็อาจจะงงงันว่าดูหนังแล้วจะพัฒนาตัวได้อย่างไร เคยได้ยินคำบอกเล่านี้หรือไม่ “ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนมาดูตัวเอง” เคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องสารภาพว่า ขณะนี้หนังมักจะสอดแทรกคำคม แง่คิดดีๆเอาไว้จนถึงมีการเก็บรวบรวมคำคมพวกนั้นไว้เยอะมากหลายจำพวก ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างสหาย สร้างแรงจูงใจต่างๆไปจนถึงการทำธุรกิจ เพราะภายใต้ความเพลิดเพลินสนุกสนานบันเทิงใจนั้น ผู้ผลิตชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้เยอะมากๆ ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความประทับใจต่อตัวแสดง หน้าที่ รวมทั้งเรื่องราวในหนังแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความกล้าหาญในตัวคุณให้ยืนขึ้นมาเปลี่ยนปรับปรุงตัวเองก้าวหน้าพอๆกับการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้เราได้เสนอ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองของทุกคน ใครกันแน่ชอบคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังหัวข้อนั้นมาดูเพิ่มเติมอีกได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็จำต้องเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ชั่วร้ายที่สุด” ในชีวิตจริงก็เช่นกัน เมื่อเราดำเนินงานก็ควรจะคาดหมายแล้วก็ทำออกมาให้เหมาะสมที่สุด แต่ก็อย่าลืมคิดแผนสำรองเผื่อกำเนิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะเซ่อ
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณไม่มีวันรู้เลยว่าคุณจะถือเจอรสอะไร” คำคมที่พยายามใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เพราะเราไม่รู้ว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะเลือกจับหรือคว้าอะไรได้ ก็แค่ทำวันนี้ให้เหมาะสมที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ คำตอบสุดท้าย…อยู่ที่ศีรษะหัวใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“รอยแผลหมายถึงหลักฐานของรอยแผลที่ถูกเยียวยาแล้ว” ความอุตสาหะหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้จะเจ็บบ้างแม้กระนั้นความบกพร่องเหล่านั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้เราแข็งขึ้น เสมือนแผลหวานใจษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้คุณผอมลง การเรียกคนอื่นว่า โง่ ก็ไม่ได้ทำให้ท่านเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเช่นเดียวกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็ไม่ได้ทำให้คุณสุขสบายเยอะขึ้น แต่ที่ควรทำหมายถึงจัดการปัญหาที่อยู่เบื้องหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับผู้หญิงที่นำข้อคิดเตือนใจมาใช้ได้กับทุกคน ด้วยเหตุว่าการให้เกียรติคนอื่นๆ ก็เสมือนการให้เกียรติตัวเอง และก็ยังบอกเราอีกว่า อย่าหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญและจัดการปัญหาก่อนที่จะแพร่กระจายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าหญิงผมยาวกับขโมยซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนไม่เป็นอันตรายสิ รางวัลมันคุ้มแน่ๆ” การลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจส่งผลให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีมากยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆคำตอบก็คุ้มค่าแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าลองหรอก มีแค่จะทำหรือไม่เพียงแค่นั้น” คุณครูโยดาผู้พร่ำสอนพร่ำบ่นผู้แสดงนำชาย ได้พากเพียรบอกพวกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ ไม่ใช่จะแค่ลองๆเลิกๆควรจะมีความตั้งใจจริง เนื่องจากว่าไม่อย่างนั้นก็อย่าทำเลยดีมากกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าจำเป็นต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจต่อไป เพราะเหตุว่าวันพรุ่งนี้ ก็ยังมีพระอาทิตย์ขึ้น คนไหนจะรู้ล่ะว่า คลื่นทะเลบางทีอาจนำอะไรดีๆมาให้” จงมีหวังและมองโลกในแง่ดีอยู่เป็นประจำ ดูหนังใหม่2020 เนื่องจากว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้คุณทำแล้วก็คอยเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust ดูหนังออนไลน์ 2020 who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะทำความเข้าใจที่จะมองข้ามสิ่งที่คนอื่นเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่ตนเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นและมั่นใจและก็เชื่อมั่นในตัวเอง ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสบายแล้วก็การบรรลุเป้าหมาย

เป็นอย่างไรกันบ้างขา กับ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงผลักดัน จะเห็นได้ว่าหนังรวมทั้งละครดีๆหลายเรื่อง ถ้าเกิดพวกเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกจากจะให้ความบันเทิง ก็มีคำสั่งสอนดีๆให้คนดูอย่างเราเอากลับมาใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ยืดเป็นแถวทางในการพัฒนาตัวเองได้ด้วยเหมือนกัน

ดูหนังอย่างไรให้ราวกับได้ท่องเที่ยว กับ10 สถานที่เที่ยว จากหนังตามที่คุณไม่ควรพลาด

ดูหนังฟรีออนไลน์ใหม่ 2020 มาดูหนังออนไลน์ พร้อมๆกับการท่องเที่ยวกันเถิด ในสถานการณ์การระบาดของวัววิด 19 แบบนี้ ทำให้เราออกไปไหนมิได้ ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านผ่านมายาวนานหลายวันยาวนานหลายสัปดาห์แล้ว! ทำให้ผู้คนจำนวนมากหมดกำลังใจแล้วก็คร่ำครวญหาการออกเดินทางท่องเที่ยวกันไม่น้อยเลย ใช่มั้ย ต้องการจะท่องเที่ยว อยากจะพักผ่อน อยากจะบรรเทา แต่ก็ไม่อาจจะออกไปทำเป็นอย่างใจหวัง วันนี้เราขอเชื้อเชิญทุกคนมา เดินทางท่องเที่ยวผ่านการดูหนังออนไลน์ ท่องโลกไปกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ที่ปรากฎใน 10 หนังดีที่คุณไม่สมควรพลาด รับรองว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ จะไม่มีใครเหมือน และไม่มีคนใดราวกับ หากพร้อมแล้ว ก็ไปฝ่ากันเลย

1. Salmon Fishing in the Yemen (คู่แท้หัวใจติดเบ็ด)
สถานที่น่าเที่ยว: Ouarzazate – Morocco
ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะเป็นเรื่องราวของประเทศเยเมน แม้กระนั้นทางกองทำภาพยนตร์ได้ใช้เมือง Ouarzazate ประเทศโมคอยควัว เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากส่วนมาก ซึ่งเป็นเมืองทะเลทราย ที่มีความสวย แล้วก็สาธารณูปโภคที่ดีเมืองหนึ่ง สำหรับคนไหนกันที่อยากไปเยือนเมืองแห่งทราย แม้กระนั้นรู้สึกเบื่อประเทศอย่างอียิปต์ ดูไบ หรือมองโกเลีย เมือง Ouarzazate เป็นอีกเมืองโอกาสที่น่าสนใจ

2. Seven Years in Tibet (7 ปี โลกไม่มีทางลืม)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Potala Palace – Tibet
เรื่องราวของหนุ่มน้อย 2 คน ที่ได้แอบหนีการจับมาแบบเป็นๆตัวประกันของทุ่งนาซี ไปอาศัยอยู่ในประเทศทิเบต แล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ในวังโปตาลาเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งคุณลักษณะเด่นของพระราชวังนี้เป็นการผลิตแบบวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกจะมีการลงสีขาว ส่วนราชสำนักชั้นในจะทาสีแดง โดยในปัจจุบัน พระราชสำนักโปตาลาเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ข้างในวังขาวมีสำนักงานแล้วก็สถานศึกษาศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ใช้ประกอบพิธี อยากไปท่องเที่ยวมองสถาปัตยกรรมงามๆจำต้องดูหนังเรื่องนี้เลย

3. Sideways (ไซด์เวยส์ ดื่มชีวิต ข้างถนน)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Santa Barbara – USA
กล่าวได้ว่าเป็นหนังที่กระแสจากนักวิพากษ์วิจารณ์เข้าขั้นดีเยี่ยมและก็เอารางวัลได้มากมาย ความดังของหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของชายวัย 40 ปี 2 คน ที่ออกเดินทางไปยังเมืองที่ไวน์ Santa Barbara ยังเป็นเหตุให้เมืองที่นี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดังอีกด้วย คนใดอยากไปตามรอยหนังหรือพักในเมืองที่เหล้าองุ่น ที่เต็มไปด้วยรรมชาติสมบูรณ์บริบูรณ์ก็รีบตรงไปยัง Santa Barbara เมืองแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้เลย

4. Into the Wild (เข้าป่าหาชีวิต)
สถานที่น่าเที่ยว: Alaska – USA
เด็กวัยรุ่นเพิ่งจบปริญญาตรี ผู้ตัดสินใจออกเดินทางผู้เดียวไปยังป่าในอลาสก้า จุดหมายที่เขารู้สึกว่าจะสามารถหาทางออกของชีวิตได้ แล้วก็แน่นอนว่าหนังดราม่าเข้มข้นนี้ทำให้ใครหลายคนที่ได้มองต้องการไปอลาสก้า ที่ตั้งอยู่ภาคเหนือของอเมริกา สำหรับท่านที่ได้ได้โอกาสไปยังอลาสก้า ถ้าจะท่องเที่ยวให้ครบเมืองอาจจะต้องหาเวลาไปนานสักนิดสักหน่อย ด้วยเหตุว่าอลาสก้านั้นมีพื้นที่สูงที่สุดในเมืองทั้งหมดทั้งปวงของ ขอบอกได้เลยว่าหนังเรื่อง Into the Wild คือหนังที่จะพาคุณไปผจญโลกกว้างได้อย่างไม่ต้องสงสัย

5. In Bruges (คู่มือสังหารตะลุยมหานคร)
สถานที่น่าเที่ยว: Bruges – Belgium
หนังฟอร์มเล็กที่ทำรายได้มหาศาล และสามารถครอบครองรางวัลลูกโลกทองมาได้ จะพาผู้ชมเจอกับการไล่ล่าฆ่า ที่มีฉากหลังเป็นเมืองบรูช ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยหน่วยงานยูเยสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Markt หรือมาร์เก็ตสแควร์ที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอดีตได้อย่างยอดเยี่ยมรวมทั้งเป็นแหล่งซื้อของประจำถิ่นหรือของที่ระลึกที่น่าดึงดูด

6. The Secret Life of Walter Mitty (ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Vatnajökull National Park – Iceland
เรียกได้ว่าเนียนสุดๆสำหรับฉากที่ดารานำชายตามหาตากล้องที่แนวเขาหิมาลายา ด้วยเหตุว่าข้อเท็จจริงแล้วทีมงานหัวข้อนี้มิได้ไปถ่ายทำตรงนั้น แต่ถ่ายทำกันที่ Vatnajökull National Park ประเทศไอซ์แลนด์ แล้วใช้ CG (Computer Generated การใช้คอมพิวเตอร์สร้างรวมทั้งเลียนแบบภาพต่างๆขึ้นมา) เพื่อช่วยให้เนียนตาแล้วก็สวยงามขึ้น แต่ว่าแบบงั้น Vatnajökull National Park ก็ยังเป็นสถานที่ที่น่าไปเยี่ยม และยังเป็นสถานที่ผู้ติดอกติดใจการท้าทายกีฬาเอ็กซ์ตรีมชอบใจอีกด้วย เป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งที่สร้างสามารถสร้างแรงบันดาลใจแล้วก็สนับสนุนให้คุณรู้สึกโหยหาการท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องสงสัย

7. Little Miss Sunshine (ลิตเติ้ล มิสซันไชน์ สาวงามตัวน้อย ร้อยสายใยรัก)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Redondo Beach – USA
ถ้าเกิดคุณได้มองเรื่อง Little Miss Sunshine แล้วต้องการทดลองไปเที่ยวที่ชายหาด Redondo เพื่อสะกดรอยของสาวน้อยสุดน่ารักน่าเอ็นดู จะต้องบอกก่อนว่าคุณอาจผิดหวัง เนื่องจากถึงแม้ว่าในเรื่องจะพูดว่าการแข่งขันนั้นจัดที่ชายหาด Redondo แม้กระนั้นความจริงแล้วจัดที่รีสอร์ทคราวน์พลาซ่า ชายหาด Ventura ของรัฐแคลิฟอร์เนียต่างหาก น่าไว้วางใจเลยว่าคุณจะรู้สึกอบอวลทุกอารมณ์กับภาพยนตร์ที่จะปลุกฝันสร้างแรงใจในชีวิตการไปท่องเที่ยวชอบทำให้คุณได้เห็นมุมมองในชีวิตรวมทั้งแง่คิดกลับมาเสมอ ภาพยนตร์เรื่อง Little Miss ดูหนังใหม่2020 Sunshine ประเด็นนี้อยากขอแนะนำว่าดูกี่ครั้งก็ได้สิ่งดีๆกลับมาเสมออย่างไม่ต้องสงสัย

8. Mr. Bean’s Holiday (มิสเตอร์บีน พักร้อนนี้มีฮา)
สถานที่น่าเที่ยว: Cannes Beach – France
ผู้คนจำนวนมากคงรู้จักเมืองคานส์เพียงแค่เป็นสถานที่จัดงานของ ‘เทศกาลหนังเมืองคานส์’ (เทศกาลที่สะสมภาพยนตร์แล้วก็สารคดีจากทุกมุมโลกมาประกาศผลรางวัล) โดยได้รับการยอมรับจากนักดูหนัง ว่าเป็นเทศกาลหนังที่ดีอันดันต้นๆของโลก แต่ว่าอาจจะไม่รู้ว่าเมืองคานส์นั้นมีชายหาดที่สวยมีนักท่องเที่ยวจากหลายเมืองของประเทศฝรั่งเศสมาเยี่ยม นอกจากความงามแล้ว เมืองคานส์นั้นยังสามารถเดินทางจากเมืองนีชได้สะดวกด้วยรถไฟอีกด้วย การพักผ่อนหย่อนใจจากการไปเที่ยวก็อาจเป็นความสุขในแบบอย่างหนึ่ง แล้วก็ภาพยนตร์เรื่อง Mr. Bean’s Holiday ที่เราพรีเซนเทชั่นนี้ก็กล่าวได้ว่าจะทำให้คุณบรรเทาจากความตึงเครียดได้อย่างยอดเยี่ยมแน่ๆอีกทั้งความสบาย ความตลก ตลอดการพักร้อน เรียกได้ว่าครบทุกอารมณ์ที่คุณอยากได้

9. The Holiday (เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อน)
สถานที่น่าเที่ยว: California – USA
หนังโรแมนติกคอมเมดี้แสนน่ารักน่าเอ็นดู ดูหนังออนไลน์ฟรี ลำดับที่สองสาวคนผิดหวังจากความรักตัดสินใจแลกบ้านกันอยู่เพื่อหลีกลี้จากความเศร้าหมองและน่าระอาจากสถานที่เดิมๆและก็ที่ตั้งของบ้านของอแมนด้าซึ่งแสนเงียบสงบ และอยู่ห่างจากเมืองแคลิฟอร์เนียเพียงแต่ไม่กี่นาที ทำให้เราอยากแนะนำสถานที่นี้ให้คนที่ได้มีโอกาสไปแคลิฟอร์เนีย แม้กระนั้นอาจมีบางวันที่อยากหลีกหนีจากความยุ่งเหยิงได้ลองไปเยี่ยมสักครั้ง ให้การเดินทางคราวนี้เป็นการพักดั่งหัวใจที่ต้องการ สามารถเก็บบรรยากาศกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆจากหนังเรื่อง The Holiday ที่แสนจะโรแมนติกกัน

10. The Tourist (ทริปลวงโลก)
สถานที่น่าท่องเที่ยว: Danieli Hotel – Italy
เป็นหนังแอ็กชั่นที่แสนโรแมนติกจริงๆเพราะว่าเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี อีกเมืองหนึ่งที่หลายท่านยกให้เป็นเมืองโรแมนติกลำดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่ผู้แสดงนำชายแล้วก็นางเอกทานดินเนอร์กันสองคน ซึ่งถ่ายทำที่รีสอร์ท Danieli สุดหรู ช่วยให้ฉากดินเนอร์นั้นดูโรแมนติกเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับใครที่ได้โอกาสไปเมืองเวนิชแล้วต้องการดินเนอร์ในบรรยากาศหรูๆห้องอาหารของโฮเต็ล Danieli เป็นลำดับแรกที่ควรไป เพียงแค่มองเห็นก็หัวใจเต้นจนกระทั่งอยากจะไปให้ได้ในวินาทีนี้